[รีวิว] Wolfenstein: Youngblood เกมภาคต่อของพี่น้องผู้ล่านาซี

Wolfenstein ถือเป็นซีรีส์ที่มาไกลกว่าจะเป็นแค่เกมที่เน้นความมันส์ เพียงวิ่งยิงหัว และฆ่าเหล่ากองทัพทหารนาซีเพียงอย่างเดียว ก่อนหน้านี้ตัวเกมออกมาให้เล่นกันแล้วถึง 2 ภาคและ Wolfenstein: Youngblood ก็เป็นภาคแยกเสริมเรื่องราวของ Wolfenstein 2 อีกที โดย Wolfenstein เป็นเกมที่ทำการเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของโลกใหม่ จะเกิดอะไรขึ้น ถ้านาซีชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจของโลก ? สิ่งที่ตัวซีรีส์นี้แสดงให้เห็น คือโลกที่เปลี่ยนแปลงไป และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่เหล่าพลพักนาซีสร้างออกมา ผ่านมุมมองของตัวละครตระกูล Blazkowicz

https://youtu.be/SNpgKytPcc4

เกี่ยวกับตัวเกม

Wolfenstein: Youngblood เป็นเกมภาคต่อจาก Wolfenstein II: The New Colossus ซึ่งเปลี่ยนจากการที่เราได้เล่นเป็น BJ Blazkowicz พระเอกของตัวซีรีส์ มาเป็นลูกสาวฝาแฝด 2 ศรีพี่น้องแทน โดยเป็นเรื่องราวต่อมาอีก 19 ปี เมื่อ BJ Blazkowicz แกนนำผู้ต่อต้านนาซีได้หายตัวไปในระหว่างภารกิจที่กรุงปารีส ซึ่งนาซีได้สถาปนาเป็น อาณาจักรไรช์ใหม่ และดูเหมือนจะทำอะไรบางอย่างเพื่อสั่นคลอนโลกอีกครั้ง ทาง FBI จึงต้องหาใครมาทำภารกิจต่อ และหน้าที่นั้นจึงตกเป็นของลูกสาวฝาแฝดอย่าง Jess และ Soph ซึ่งถูกฝึกมาอย่างดีโดยพ่อ และแม่ของพวกเธอเอง

“เกมที่ออกแบบมาเพื่อการ Co-op โดยเฉพาะ”

ความพิเศษนี้ที่แตกต่างจาก Wolfenstein ภาคอื่นๆ นั่นก็คือตัวเกมถูกออกแบบมาให้เล่นกันแบบ Co-op ร่วมมือกันโดยเฉพาะรองรับการเล่นพร้อมกัน 2 คน คนหนึ่งเป็น Jess และอีกคนเป็น Soph แต่แน่นอนว่าตัวเกมก็ไม่ได้โหดถึงขนาดต้องหาคนมาเล่นด้วยกันจริงๆ เพราะถ้าเราไม่มีเพื่อนเล่นด้วย ตัวเกมก็มี AI เผื่อไว้ให้เราได้ใช้งาน และด้วยความเป็น Co-op ตัวเกมจึงมีความยากขึ้น และเสริมลูกเล่นที่ต้องเล่นผสานกันระหว่างผู้เล่นทั้ง 2 คนเพิ่มเข้ามา

ตัวเกมมีอาวุธที่ต้องให้เราใช้ หรือยิงพร้อมกันอยู่ และมีโอกาสพลาดเรื่องการซ่อนตัวมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าพี่น้องของเราอีกคนดันเป็น AI ทั้งนี้ตัวละคร 2 ตัวจะมีการแชร์ชีวิตร่วมกันอยู่

“ระบบการต่อสู้หลากหลาย เก่า แต่ล้ำสมัย”

ความพิเศษของระบบการต่อสู้ใน Wolfenstein: Youngblood คือความหลากหลาย และความล้ำยุค ด้วยความที่ตัวละครของเราไม่ได้มาเปล่าๆ แต่มาพร้อมกับชุดเกราะล้ำสมัย ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพร่างกายของเราให้มีความสามารถเหนือมนุษย์ได้ เช่น การกระโดดแบบต่อเนื่องได้ 2 ครั้ง รวมไปถึงความสามารถในการฆ่าต่างๆ ที่ไม่ได้มีแค่เอาปืนยิงเพียงอย่างเดียว แต่เรายังสามารถย่องเข้าไปเชือดศัตรูจากด้านหลัง การเขวี้ยงอาวุธ และใช้อาวุธอีกหลากหลายประเภทในการจัดการศัตรู

อาวุธของเราสามารถอัปเกรดได้ โดยสามารถปรับแต่งอาวุธของเราในรูปแบบที่ต้องการ ซึ่งทำได้หลากหลายมาก นอกจากนี้ตัวละครยังสามารถอัปเกรดความสามารถต่างๆ ทำให้เก่งและถึกมากขึ้นได้ดีกว่าเดิม โดยจะแบ่งความสามารถออกเป็น 3 สาย คือ Mind, Muscle และ Power สายนึงมีหลายสกิลให้เลือกอัป และสกิลสามารถแบ่งออกได้อีก 3 ระดับ

“ศัตรูหลากหลาย อาวุธต้องเป๊ะ”

ในเกมเราจะได้เจอกับศัตรูที่หลากหลายโดยศัตรูแต่ละแบบนอกจากจะมีความสามารถต่างกันแล้ว ความอึดถึกก็มีไม่เท่ากัน และศัตรูบางตัวยังจำเป็นต้องใช้วิธีเฉพาะในการจัดการโดยเฉพาะอาวุธ หากเราเลือกมาได้ไม่เหมาะกับศัตรูที่ต้องสู้ด้วย เราก็จะยิ่งจัดการศัตรูตัวนั้นๆ ได้ยากขึ้นนั่นเอง ทั้งนี้โดยรวมแล้วตัวเกมค่อนข้างโหดใช่เล่น (เพราะบังคับเล่น 2 คนเป็นหลัก) โดยเฉพาะบอส ที่แสดงให้เห็นเลยว่า การเดินยิงประจัญหน้านั้นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีแต่อย่างใด

ตัวเกมเป็นกึ่งๆ Open World มีเควสให้ทำรายทาง สามารถเก็บเลเวล และนำเงินไปซื้ออุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงสกิลได้

“เกมเปลี่ยนไป อาจถูกใจบางคน และไม่ถูกใจอีกหลายคน”


REVIEW OVERVIEW
GRAPHIC
8.5
STORY
8.5
GAMEPLAY
7.5
Previous articleFallout 76 เตรียมอัปเดตแมป Battle Royale และ Cooperative Vault Raid
Next articleIO Interactive เริ่มพัฒนา Hitman 3 ควบคู่ไปกับเกม IP ใหม่

1 COMMENT

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here