[รีวิว] Total War : Three Kingdoms เกมรบทัพจับศึกที่ดีและมันส์ที่สุดในปี 2019

คงไม่ต้องพูดอะไรมากนัก ถ้าเราจะเอ่ยชื่อต้นของตัวเกมด้วย Total War มาก่อน เพราะซีรีส์นี้มีอายุมายาวนานจนจะครบ 20 ขวบปีได้แล้ว แถมตัวซีรีส์เองก็มีเกมออกมาให้เราได้เล่นต่างกันมากถึง 12 ภาค โดยภาคล่าสุดอย่าง Total War : Three Kingdoms ก็ดูน่าจะถูกใจเหล่าเกมเมอร์ชาวไทย หรือชาวเอเชียอยู่ไม่น้อย เพราะตัวเกมภาคนี้ได้หยิบเรื่องราวในพงศาวดาร 3 ก๊กมาเป็นธีมหลัก พร้อมด้วยระบบใหม่ๆ มากมาย ตามสไตล์วัฒนธรรมจีนใส่เข้ามาให้พร้อมสรรพ จนแฟนๆ เกมวางแผนการรบต่างยกให้เกมเกมนี้กลายเป็นเกมดีขึ้นหิ้งไปแล้ว

เกี่ยวกับตัวเกม

Total War : Three Kingdoms ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยค่ายต้นตำรับอย่าง Creative Assembly และจัดจำหน่ายโดยค่าย SEGA ตัวเกมวางจำหน่ายไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และแน่นอนว่าตัวเกมได้ผลตอบรับเป็นแง่บวกจำนวนมาก รวมถึงได้รับรางวัลจากเว็บไซต์ หรือค่ายต่างๆ ไปแล้วมากมาย ข้อสำคัญคือ Total War : Three Kingdoms เป็นเกมบนแพลตฟอร์ม PC อย่างเดียวเท่านั้น โดยสำหรับ Total War ในภาคนี้ก็มีอะไรหลายๆ อย่างที่หยิบยกขึ้นมาพูดได้อย่างสนุก

เป้าหมายหลักในการเอาชนะ หรือจบเกมของ Total War : Three Kingdoms มีเพียงเป้าหมายเดียว คือการรวมจีนให้เป็นหนึ่ง โดยวิธีการ ก็ขึ้นแล้วแต่ความสามารถ และวิธีการของผู้เล่นแต่ละคน…

“ขุนพล คือหัวใจหลักสำคัญของตัวเกม”

หากย้อนกลับไปเทียบเกม Total War ภาคอื่นๆ ความแตกต่างของฝ่าย จะมีลักษณะที่โดดเด่นตามเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป เช่น Total War : Warhammer ความสามารถ และจุดประสงค์ของตัวเกมจะขึ้นอยู่กับเผ่าที่เราเลือกเล่น แต่สำหรับ Three Kingdoms ความแตกต่างของฝ่ายโดยใหญ่สุด จะขึ้นอยู่กับ “ขุนพล” ที่เราเลือกใช้ โดยจะมีทั้งข้อดี และข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งสามารถแบ่งคลาสขุนพลแยกออกเป็นทั้งหมด 5 คลาส ประกอบไปด้วย

  1. Vanguard : ขุนพลผู้กล้า ผู้มีชำนาญในการต่อสู้กับกองทหาร โดดเด่นด้วยการโจมตีเป็นวงกว้าง
  2. Sentinel : ขุนพลสายถึก ตายยาก โดดเด่นด้วยสกิลที่เน้นหลบ หรือลดความเสียหาย เป็นแนวหน้าของกองทัพ
  3. Strategist : ขุนพลสายกุนซือ ผู้วางแผนอยู่ด้านหลัง โดดเด่นด้วยการใช้ทหารต่างๆ ในอาญัติด้วยรูปแบบการต่อสู้ที่พิเศษ
  4. Commander : ขุนพลสายออกคำสั่ง โดดเด่นด้วยบัฟสำหรับกองทัพ หรือเหล่าทหาร
  5. Champion : สุดยอดขุนพล แข็งแกร่งด้านการรบยิ่งกว่าคลาสใดๆ เหมาะกับการส่งไปปราบขุนพลฝ่ายตรงข้ามของศัตรูเป็นหลัก

ขุนพลแต่ละคน จะมีช่องใส่อุปกรณ์ได้ทั้งหมด 5 ช่อง ประกอบไปด้วย อาวุธ, ชุดเกราะ, ม้า ,ผู้ติดตาม และเครื่องประดับ ซึ่งของแต่ละอย่างก็จะมีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป โดยยิ่งเป็นของที่หายากมากเท่าไหร่ คุณสมบัติที่จะได้รับ ก็จะยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น ตัวเกมจะมีทหารอยู่หลากหลายสาย โดยทหารแต่ละสาย จะสามารถแสดงพลังออกมาได้สูงสุด ก็ขึ้นอยู่กับการสังกัดในขุนพลที่ถูกต้อง เพราะขุนพลแต่ละตนจะมีความโดดเด่นพิเศษแตกต่างกันขึ้นอยู่กับทหารที่สังกัดกับตนอีกด้วย

ระบบขุนพลของตัวเกม ยังมาพร้อมกับระบบ “เครือญาติ” ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกถึงความสัมพันธ์ของขุนพลแต่ละคนได้เป็นอย่างดี โดยระบบเครือญาตินี้จะเข้ามาเกี่ยวพันกับการตัดสินใจของเราในหลากหลายทาง เช่นถ้าฆ่าขุนพลตนนี้ ขุนพลที่อยู่ในเครือญาติเดียวกันก็อาจพลิกกลับมาเป็นศัตรูกับเราได้ในทันทีเป็นต้น ยังไม่หมดเท่านั้น ระบบขุนพลยังสามารถโยกย้ายไปมาในแต่ละฝ่ายได้ โดยเราจำเป็นต้องใช้ความสามารถในการสร้างสัมพันธ์ การสยบเอาชนะ การโน้มน้าวให้เปลี่ยนใจ ยึดก๊ก ไปจนถึงส่งคนไปขอแต่งงาน เพื่อเอาขุนพลที่ต้องตา ต้องใจมาครอบครองกันเลยทีเดียวก็มี

นอกจากนี้ยังมีระบบเกี่ยวกับบุคลิกของแต่ละตัวละคร ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าแต่ละตัวละครชอบ หรือไม่ชอบอะไรอยู่อีกด้วย…

“2 โหมดการเล่น แตกต่าง แต่ไม่แปลกแยก”

เรื่องราวใน Total War : Three Kingdoms จะเริ่มเรื่องราวช่วงที่เหล่าหัวเมืองต่างๆ รวมตัวกันเพื่อปราบ ตั๋งโต๊ะ (แต่ถ้าใครซื้อตัวเกมก่อน 30 พฤษภาคม จะได้เล่นเนื้อหาช่วงโจรผ้าเหลืองด้วย) และเมื่อดำเนินเรื่องราวไปจนถึงช่วงกลางเกม ตัวเกมจะแบ่งก๊ก ออกเป็น 3 ก๊กอย่างชัดเจน ซึ่งจะเปลี่ยนรูปแบบ และลักษณะการเล่นของตัวเกมให้ยากขึ้นไปอีกระดับนึง ทั้งนี้ตอนเริ่มเกม เราสามารถเลือกฝ่ายที่แตกต่างกันได้มากถึง 15 ฝ่าย โดยแต่ละฝ่าย นอกจากที่จะมีขุนพลต่างกันแล้ว จุดเด่นจุดด้อย จุดเริ่มต้น ความยากง่ายในการเล่นก็จะแตกต่างกันไปอีกด้วย โดยทั้ง 15 ฝ่ายประกอบไปด้วย โจโฉ, ซุนเกี๋ยน, เล่าปี่, ม้าเท้ง, เล่าเปียว, เตียวเอี๋ยน, อ้วนเสี้ยว, เจิ้งเจียง, ขงหยง, อ้วนสุด, กงซุนจ้าน, ตั๋งโต๊ะ, อุยเซียว, โฮหงี และกงเต๋า

ภายในเกมประกอบไปด้วยโหมดการเล่นทั้งหมดอยู่ 2 โหมด คือ Romance และ Record โดย ทั้ง 2 โหมดมีความแตกต่างกันดังนี้

  • Record : โหมดที่มีรูปแบบการเล่นเหมือนกับ Total War ภาคก่อนๆ ขุนพลไม่เก่งเว่อ ไม่มีระบบ Duel และใช้เวลาในการเล่นที่นานกว่า เพราะตัวเกมจะค่อนข้างสมจริง
  • Romance : โหมดใหม่ของตัวเกม มีระบบ Duel ขุนพลเก่งเว่อ สามารถส่งขุนพลคนเดียวไปถล่มทัพค่าศึกได้ เป็นโหมดที่เน้นไปที่ขุนพลเป็นหลัก

“การสู้รบ ไม่จำเป็นต้องรบทัพจับศึกกันเพียงอย่างเดียว”

ขอวกกลับมาพูดถึงเรื่อง “ระบบ” ของตัวเกมบ้าง โดยระบบตัวเกมของ Total War : Three Kingdoms ก็จะเหมือน Total War ในภาคก่อนๆ คือจะแบ่งการเล่นเป็น 2 แบบ คือแบบ Turn-base สำหรับวางแผนบริหารจัดการต่างๆ และแบบ Real-time Battle ที่เราจะเป็นผู้ควบคุมกองทัพทั้งหมด เข้าจัดการกองทัพฝ่ายศัตรู ทั้งนี้ระบบตัวเกมมีการปรับด้านอินเตอร์เฟสในหลายๆ ด้าน เพื่อให้ผู้เล่นใหม่ๆ สามารถเข้าถึงตัวเกมได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

และสุดท้ายที่จะไม่พูดถึง คงไม่ได้ คือระบบ “Duel” หรือระบบส่งแม่ทัพออกไปสู้กันแบบตัวต่อตัว เพื่อตัดสินผลแพ้ชนะแบบไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อมากนัก โดยขอบอกไว้ก่อนว่า เหล่าแม่ทัพของเรา หากตายเมื่อใด จะตายทันที และเราไม่สามารถหยิบกลับมาเล่น หรือใช้งานได้อีก โดยนอกจากการออกรบแล้ว ตัวเกมยังมีระบบการเล่นอื่นๆ หรือระบบเจรจา ที่ไม่ต้องใช้กำลังเพื่อสยบฝ่ายตรงข้ามเพียงอย่างเดียวอยู่อีกด้วย เช่น ระบบสปาย ทำการค้า ขอสงบศึก จัดตั้งพันธมิตร ประกาศสงคราม และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้ตัวเกมมีมิติในการเล่นที่ค่อนข้างงดงาม หลากหลาย และลึกมากๆ

1 COMMENT

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here