Google เผยข้อมูล Stadia แบบจัดเต็ม พร้อมรายละเอียดการใช้งาน

Google เผยข้อมูล Stadia เตรียมเปิดให้บริการใน 14 ประเทศเดือนพฤศจิกายนนี้”

Stadia เป็นแพลตฟอร์มเล่นเกมบน Cloud ของ Google ที่จะทำให้เราสามารถเล่นเกมได้บนทุกๆ หน้าจอ โดยที่ไม่ต้องดาวน์โหลดเกมเอง หรืออัปเดตแพตช์ต่างๆ ด้วยตัวเองแต่อย่างใด โดยการใช้งาน Stadia เราจำเป็นต้องเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา ซึ่งใช้ความเร็วขั้นต่ำอยู่ที่ 10 mbps สำหรับเล่นเกมความละเอียดระดับ 720P แต่ถ้าอยากเล่นเกมให้ในระดับ 4k ก็ต้องมีความเร็วเน็ตอยู่ที่ 35 mbps หรือมากกว่า เพื่อคุณภาพที่ลื่นไหลกว่าเดิม

สำหรับการใช้งาน Stadia จะมาพร้อมบริการอยู่ 2 แบบ คือ

  • Stadia Pro (9.99 เหรียญต่อเดือน รวมฟรี 3 เดือนสำหรับ The Stadia Founder’s Edition)
    • ความละเอียด : สูงสุด 4K
    • เฟรมเรต : 60 FPS
    • เสียง : 5.1 surround sound
    • ซื้อเกมได้ตามที่ต้องการ
    • เล่นเกมฟรีได้เสมอ (เริ่มต้นด้วยชุด Destiny 2: The Collection)
    • มีส่วนลดพิเศษสำหรับซื้อเกมบางเกมให้
  • Stadia Base (ฟรี – กำหนดเปิดตัวปี 2020)
    • ความละเอียด : สูงสุด 1080p
    • เฟรมเรต : 60 FPS
    • เสียง : Stereo
    • ซื้อเกมได้ตามที่ต้องการ

ทั้งนี้หากเราจะใช้ Stadia เล่นเกมผ่าน Chrome หรือ Mobile เราสามารถใช้ Controller ระบบ HID ต่อพ่วงเล่นได้เลย แต่ถ้าจะเล่นบน TV จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อย่าง Stadia Controller และ Chromecast Ultra เท่านั้น โดย Chromecast Ultra จะเป็นอุปกรณ์ที่จะให้เราเล่นเกมในระดับ 4K ได้ และด้วยการเปิดตัว ทาง Google จึงมาพร้อมกับ Founder’s Edition ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

Founder’s Edition (129 เหรียญ)

  • Stadia Controller สี Night Blue
  • อุปกรณ์ Chromecast Ultra
  • ฟรี 3 เดือนเมื่อใช้บริการ Stadia Pro
  • ตรา Founder
  • Buddy Pass สำหรับเล่นร่วมกับเพื่อน
  • Stadia Name

หากจะใช้งาน Stadia บน Mobile ในตอนนี้ตัวระบบจะรองรับแค่บน Pixel 3, Pixel 3 XL, Pixel 3a, และ Pixel 3a XL เท่านั้น โดยการเปิดตัว จะเปิดให้บริการใน 14 ประเทศ ประกอบไปด้วย Belgium, Italy, Finland, Netherlands, Canada, Norway, Denmark, Spain, France, Sweden, Germany, United Kingdom, Ireland, และ USA

เกมที่มีแผนจะปล่อยให้เล่นบน Stadia

  1. Assassin’s Creed Odyssey (Ubisoft)
  2. Baldur’s Gate III (Larian Studios)
  3. Borderlands 3 (2K Games)
  4. The Crew 2 (Ubisoft)
  5. The Division 2 (Ubisoft)
  6. Darksiders: Genesis (THQ Nordic)
  7. Destiny 2: The Collection (Bungie)
  8. Doom Eternal (Bethesda Softworks)
  9. Dragon Ball Xenoverse 2 (Bandai Namco)
  10. The Elder Scrolls Online (Bethesda Softworks)
  11. Farming Simulator 19 (Focus Home Interactive)
  12. Final Fantasy XV (Square Enix)
  13. Football Manager 2020 (Sega)
  14. Get Packed (Coatsink)
  15. Ghost Recon: Breakpoint (Ubisoft)
  16. GRID (Deep Silver)
  17. Just Dance 2020 (Ubisoft)
  18. Metro Exodus (Deep Silver)
  19. Mortal Kombat 11 (Warner Bros. Interactive Entertainment)
  20. NBA 2K (2K Games)
  21. Power Rangers: Battle for the Grid (nPlay)
  22. Rage 2 (Bethesda Softworks)
  23. Rise of the Tomb Raider (Square Enix)
  24. Samurai Shodown (Athlon Games)
  25. Shadow of the Tomb Raider (Square Enix)
  26. Thumper (Drool)
  27. Tomb Raider (Square Enix)
  28. Trials Rising (Ubisoft)
  29. Wolfenstein: Youngblood (Bethesda Softworks)

1 COMMENT

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here